การพัฒนาความสามารถหัวหน้าโครงข่ายป่าชุมชน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเพื่อทำความเข้าใจถึงสถานะของสตรีแล้วก็กลุ่มชาติพันธุ์ในงานเคลื่อนป่าชุมชน พบว่าฐานข้อมูลโครงข่ายป่าชุมชนก่อนหน้านี้ไม่มีการเก็บข้อมูลแยกตามเพศและก็กลุ่มชาติพันธุ์อย่างมีระบบ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้มาจากการเขียนแจ้งโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดตามกฎเกณฑ์กรมป่าไม้ พุทธศักราช 2562 ซึ่งประกาศรับสมัครรองแล้วบนฐานข้อมููลอิเล็คทรอนิกของส่วนกลุ่มโครงข่ายป่าชุมชน สำนักจัดแจงป่าชุมชน กรมป่าไม้ในวันที่ 5 เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 2563 ครอบคลุม 22 จังหวัด ตามหน้าที่คนประสานงานหลัก หรือประธานคณะกรรมการโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดนั้น ซึ่งครอบครองตำแหน่งโดยเพศชายทั้งหมดทั้งปวง ในบรรดาโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดที่ได้รับการเขียนแจ้งแล้วกลุ่มนี้ มีเพียงแต่ 15 จังหวัดที่มีสตรีร่วมเป็นคณะกรรมการ อีก 7 จังหวัดเป็นคณะกรรมการชายล้วน แล้วก็มี 2 จังหวัด (จังหวัดนครสวรรค์ และก็จังหวัดยะลา) แค่นั้นที่เพศหญิงได้รับเลือกด้อยกว่าประธาน นอกนั้น คณะกรรมการเพศหญิงส่วนหนึ่งส่วนใดดูแลงานผู้ช่วย ผู้รักษาเงิน แล้วก็โปรโมท จังหวัดลำปางมีปริมาณผู้ตัดสินสตรีสูงที่สุดเป็น 8 ท่าน โดยปริมาณคณะกรรมการโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัดที่เขียนแจ้งแล้วใน 22 จังหวัดนี้มีทั้งปวง 316 ท่าน แล้วก็มีหญิงเป็นคณะกรรมการ 33 ท่านหรือเสมอกันกับ 10.44% สถิตินี้สะท้อนจำนวนภาพรวมปริมาณสตรีในสายดำเนินงานป่าชุมชนด้วย ยกตัวอย่างเช่น สำหรับในการการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาความสามารถหัวหน้าโครงข่ายป่าชุมชน” ที่จัดโดยสำนักจัดแจงป่าชุมชน เมื่อกันยายน พุทธศักราช 2562 มีเพศหญิงร่วมเพียงแต่ 10% จากผู้เข้าร่วมที่เป็นคณะกรรมการโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัด สมาชิกโครงข่ายป่าชุมชน ข้าราชการศูนย์ป่าดงจังหวัด รวมทั้งส่วนจัดแจงป่าชุมชนทั้งสิ้น 228 คน ก็เลยเพียงพอจะประเมินได้ว่า แม้ว่าจะมีการเขียนแจ้งโครงข่ายป่าชุมชนครบทุกจังหวัด รูปทรงผู้แทนสตรีไม่น่าจะเกิน 10%

จากข้อมูลทางสถิติข้างต้นเมื่อไม่มีผู้แทนสตรีเป็นประธานคณะกรรมการโครงข่ายป่าชุมชนระดับจังหวัด ก็เลยส่งผลทำให้ส่วนประกอบของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดนั้นมีเพียงแค่ประธานโครงข่ายชุมชนจังหวัดที่เป็นเพศชายแค่นั้น โดยไม่มีการเจาะจงถึงข้อมูลฐานรากเผ่าพันธุ์ของผู้แทนกลุ่มนี้ ดังนี้จังหวะสำหรับเพื่อการเข้าไปมีหน้าที่ในคณะกรรมการป่าชุมชนระดับจังหวัดของหญิงมีอยู่ที่การไปสมัครเพื่อเข้ารับการเลือกเฟ้นในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากผู้แทนคณะกรรมการจัดแจงป่าชุมชนในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีปริมาณเพศหญิงในรูปร่างที่น้อยกว่าเพศชาย ก็เลยทำให้จังหวะที่เพศหญิงจะได้รับการเลือกเฟ้นไปสู่กลไกการตัดสินใจระดับจังหวัดมีน้อย หรือบางทีอาจสมัครในรูปทรงผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนหน่วยงานภาคประชากรสังคม ซึ่งขั้นตอนนี้ก็มีข้อท้ามากมายก่ายกองดังเช่นว่า แม้เป็นผู้แทนที่มาจากหน่วยงานภาคประชากรสังคมจะต้องมีหน่วยงานยืนยันที่เขียนแจ้งกับกรมป่าไม้ รวมทั้งพิสูจน์ความเหมาะสมตามคุณลักษณะ ฯลฯ ทำให้ไม่ค่อยมีเพศหญิงยื่นเอกสารสำหรับสมัคร แม้ว่าจะตื่นตัวแล้วก็พอใจกันอยู่

Read More